ไอ.พี. วัน บริษัทคนไทยยึดคุณภาพสินค้าอันดับหนึ่ง สร้าง Goodness Brand พร้อมดัน 6 แบรนด์พอร์ตโฟลิโอต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน

Last updated: 7 Nov 2024
1023 Views

ไอ.พี. วัน บริษัท FMCGs สัญชาติไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่องแบบก้าวกระโดด จนสามารถนำพาแบรนด์ไทยขึ้นเป็นอันดับท็อปๆ ของตลาด สร้างความภูมิใจให้กับบริษัทคนไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดนี้แถมยังมีการเติบโตมากกว่าตลาดรวม ตอกย้ำการเติบโตอย่างยั่งยืนมาตลอดกว่า 52 ปี

ไอ.พี. วัน มีแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด 6 แบรนด์ ได้แก่ ไฮยีน ซึ่งเป็นแฟลกชิพโปรดักต์ของ ไอ.พี. วัน ตอกย้ำการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ในหมวดการดูแลเสื้อผ้าแบบ Total Fabric Care เพราะนอกจากน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว ไฮยีนยังมีผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ น้ำยาซักผ้า น้ำยารีดผ้าเรียบ สเปรย์หอมปรับผ้าเรียบ และถุงหอมช่วยลดกลิ่นอับ, ไอวี่ ผลิตภัณฑ์ในหมวดอาหาร นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม และ Asian Drink, วิกซอล ผลิตภัณฑ์ในหมวดทำความสะอาดห้องน้ำ, วิซ ผลิตภัณฑ์ในหมวดดูแลทำความสะอาดบ้าน มีทั้ง น้ำยาถูพื้น น้ำยาเช็ดกระจก รวมถึงแดนซ์ และโฟกัส ผลิตภัณฑ์ในหมวดการดูแลร่างกายประเภทน้ำหอม และโคโลญซึ่งแต่ละแบรนด์ล้วนแข็งแกร่งและทำตลาดได้ดีไม่แพ้กัน

คุณชยนต์ เจตน์จิราวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานกลยุทธ์และกลุ่มงานคอมเมอร์เชียล บริษัท ไอ.พี. วัน จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จที่ทำให้ ไอ.พี. วัน เติบโตมาอย่างยั่งยืน สามารถครอง Penetration ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Home Care รวมกันมากกว่า 75% เพราะให้ความสำคัญใน 3 เรื่องเป็นหัวใจในการทำงานมาตลอด 52 ปี นั่นคือ High Quality, Insightful Innovation และ People
 
High Quality โดยมาจากหลักการทำงานของ คุณอุทัย ธเนศวรกุล ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง ไอ.พี. วัน ที่มองว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนและอยู่ได้นานสินค้าต้องดีมีคุณภาพเท่านั้น ดังนั้นวัตถุดิบที่ใช้จึงต้องมีคุณภาพสูงตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ เพื่อส่งมอบคุณค่าให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่ดี มีชีวิตดีขึ้น ตามปรัชญาของบริษัท Innovate Passionately For The Future Of Better Living  มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่ออนาคตการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น
  
Insightful Innovation เป็นหลักการทำงานถัดมาที่ ไอ.พี. วัน ยึดมั่น โดยมีทีมการตลาดที่ทำวิจัยตลาด และทีม R&D ของตัวเอง เพื่อหาอินไซต์ทั้งความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค และทำความเข้าใจตลาด แล้วนำดาต้าทั้งหมดมาวิเคราะห์ ซึ่งนำมาสู่ Innovation คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ทำให้สินค้าหลายๆ ตัวประสบความสำเร็จจนเป็น Top of Mind ในใจผู้บริโภค
  
ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม ขณะที่แบรนด์อื่นๆ ในตลาดส่วนใหญ่พูดถึงจุดขายในการเน้นกลิ่นหอม แต่เมื่อ ไอ.พี. วัน ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างจริงจังแล้ว พบว่าผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงแค่กลิ่นหอมเท่านั้น จึงนำเสนอ Experiential Segment คือการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ที่เรามองว่าเป็น White space ของการเติบโต เช่นใน Segment Core Caring และ Nature ซึ่งปัจจุบันไฮยีนมีการเติบโตทั้ง 2 Segments นี้ ตัวอย่างเช่น ไฮยีน เนเจอร์ บูสเตอร์ (Hygiene Nature Booster) ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นพิเศษ บูสเตอร์ความหอมสกัดจากธรรมชาติ 100% หอมติดผ้ายาวนานกว่าเดิมถึง 5 เท่า ให้กลิ่นหอมสดชื่น ฮีลใจราวกับถูกโอบกอดจากธรรมชาติ ด้วย 2 กลิ่นใหม่ กลิ่น ซัน สกาย และกลิ่น แอร์รี่ สกาย เป็นการส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Experiential Innovation ของแบรนด์ไฮยีนได้เป็นอย่างดี

หรือผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ ไฮยีนเอ็กซ์เพิร์ทวอช มาจากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่กว่า 70% มีเวลาจำกัด แต่ยังต้องแยกผ้าซัก จึงค้นคว้า วิจัย เทคโนโลยี Anti-Color Transfer ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ Pain Point ให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตง่ายขึ้น สามารถซักผ้าสีและผ้าขาวพร้อมกัน ด้วยเทคโนโลยีการล็อกสีที่หลุดจากผ้าไม่ให้ไปติดเสื้อตัวอื่น ทั้งยังทำให้ผ้าสียังคงสดใส ซักรวมได้

นี่คือเหตุผลที่ทำให้ไฮยีนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค จนได้รางวัลแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อมากที่สุด (The Most Chosen Brand) จาก Kantar Brand Footprint Award Thailand ถึง 5 ปีซ้อน

อ่านต่อได้ที่นี่:

Facebook:   https://www.facebook.com/share/p/bnT1bvkhvDCFAHcT/?mibextid=oFDknk

Website:    https://is.gd/ZAUldj


Related Content
ไอ.พี. วัน มอบ The Glow Cap "หมวกเรืองแสงรีไซเคิลรักษ์โลก
บริษัท ไอ.พี. วัน จำกัด นำโดยคุณชยนต์ เจตน์จิราวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร และ International Business Group ส่งต่อความปลอดภัยบนท้องถนน มอบ The Glow Cap "หมวกเรืองแสงรีไซเคิลรักษ์โลก
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy